วิธีชำระค่าบริการ
 
     การทอมัดหมี
     การทอจก
     การทอขิด
     การทอยกดอก
     การทอยกมุก
     การทอควบเส้น
     การทอขัด
 
 
Fri 09-Sep-2011 1:49 AM
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผ้าไทย-ผ้าพื้นเมือง
 
    ผ้าทอพื้นเมืองของไทยมีประวัติความเป็นมายาวนาน และยังคงรักษารูปแบบลวดลายและเทคนิคการทออันประณีต
แบบโบราณไว้ และเป็นมรดกทางปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย อย่างไรก็ตามเอกลักษณ์ของการทอผ้า
ในกลุ่มชนแต่ละพื้นที่ก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปมา อันเนื่องมาจากกระแสความต้องการของตลาดที่ต้องการ
สินค้ามาตรฐานเหมือนๆกันจำนวนมาก
 
    ผ้าไทยสามารถแยกได้สองประเภทคือ จากกรรมวิธีการทอ และจากเชื้อสายของช่างทอผ้าไทยพื้นเมือง ช่างทอผ้า
ไทยพื้นเมืองส่วนใหญ่เป็นไทยลาวสามารถจำแนกการทอผ้าพื้นเมืองออกตามสายชาติพันธุ์ได้ เช่น การทอผ้าของกลุ่มชน
ที่มีเชื้อสายไทยวนหรือโยนก, ไทลื้อ, ไททรงดำ, ไทผู้ไท อีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มที่มีเชื้อสายไทกูย (กูย-ส่วย-เขมร)
ที่อยู่ในเขตอีสานตอนใต ้แถบจังหวัดสุรินทร์ อีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มคนไทยในภาคใต้แถบจังหวัดนครศรีธรรมราช
ตรัง สุราษฎร์ธานี และสงขลา หากจะแยกตามกรรมวิธีทอผ้าก็สามารถแยกออกเป็นเทคนิคการทอ แยกได้ดังนี้
 
     การทอมัดหมี
 
    "มัดหมี่" การมัดย้อมด้ายหรือเส้นไหมให้เกิดสีและลวดลาย แล้วจึงนำไปทอเป็นผ้า แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ
มัดหมี่เส้นพุ่ง มัดหมี่เส้นนอน และมัดหมี่เส้นพุ่งและเส้นยืน ลักษณะเฉพาะของผ้ามัดหมี่ คือ รอยซึมของสีที่วิ่งไปตาม
บริเวณของลวดลายก็ไม่ถูกมัดโดยเชือกหรือวัสดุที่ติดสี และการเลื่อมล้ำในตำแหน่งของเส้นด้ายทำให้เกิดลักษณะลาย
ที่คลาดเคลื่อนต่างจากการทอผ้าชนิดอื่นๆ ผ้ามัดหมี่ที่มีชื่อเสียงเรื่องความงามของเส้นไหมและลวดลายที่มีอิทธิพลมา
จากเขมร ได้แก่ ผ้าไหม จังหวัดสุรินทร์ ผ้ามัดหมี่ไทครั่งของอุทัยธานี ชัยนาท พิจิตร สุพรรณบุรี นิยมใช้สีแดงครั่ง
ทอด้วยเส้นไหมซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะกลุ่ม บางผืนทอสลับเทคนิต เช่น ทอมัดหมี่คั่นด้วยลายขิด ต่อเชิงลายจก
เป็นเทคนิคที่นิยมในหมู่ชาวเขา ชาวไทลื้อ เมืองน่าน เรียกว่า "มัดก่าน" หรือ "คาดก่าน"
 
 
 
 
   
   
กลับด้านบน...  
     การทอจก   
 
    การทอโดยใช้ไม้หรือขนเม่นหรือนิ้วมือ ยกหรือจกด้ายเส้นยืนขึ้น แล้วสอดใส่ด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปตามจังหวะ
ของลายลักษณะปักผสมทอ "ผ้าซิ่นตีนจก" แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ "หัวซื่น" เป็นผ้าสีขาว หรือสีแดง เย็บติดกับส่วนหัว
"ตัวซื่น" จะทอเป็นผ้าพื้นผ้ามัดหมี่หรือทอยกมุกสีต่างๆ "เชิงซิ่น" จะทอจกเป็นลวดลายที่สวยงาม แต่ละส่วนจะทอ
แยกกันแล้วนำมาเย็บต่อกันด้วยมืออย่างประณีต เรียกรวมว่า "ผ้าซิ่นตีนจก" มีทอกันมากที่จังหวัดบริเวณภาคเหนือ
และภาคกลาง ได้แก่ผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยว สุโขทัย , ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่ , ผ้าซื่นลักแล อุตรดิตถ์,
ผ้าซิ่นตีนจกบ้านไร่และทัพทัน อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ผ้าซิ่นของอำเภอลับแล อุตรดิตถ์ และอำเภอศรีสัชนาลัย
สุโขทัย ที่เรียกว่า "ยกมุก" บางครั้งก็มีการทอแบบมัดหมี่ผสมลักษณะเป็นลายนิยมทำเป็นลายเรขาคณิต ใช้สีเอกรงค์
ของสีแดง ผ้าซิ่นตีนจกอุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี และพิจิตร เป็นผ้าทอพื้นบ้านในกลุ่มไทครั่ง มีลักษณะพิเศษคือ
์การทอผ้าจกไม่มีแบบแผนตายตัว นิยมใช้สีจัดตัดกันรุนแรง การทอตัวซิ่นเป็นการผสมระหว่างมัดหมี่ และขิด
ตีนซื่นใช้วิธีจก ใช้ไหมเส้นโตทำให้ลายหยาบ ใช้วิธีทบเส้นไหมและสอดด้วยมือ การจัดองค์ประกอบเหมือนไม่มีการ
เตรียมการออกแบบล่วงหน้า "ผ้าแพรวา" ผ้าทอเทคนิคเกาะขิดสลับจก ที่มีลวดลายละเอียดและประณีตมาก
เป็นจกด้วยมือโดยใช้นิ้วก้อยทั้งสอง
 
   
   
 
      การทอขิด
 
     เทคนิคการทำลวดลายด้วยใช้ไม้ค้ำหรือเขาที่ทำพิเศษเป็นไม้เขี่ยหรือสะกิดช้อนเส้นด้ายยืนขึ้นแล้วสอดเส้นด้ายพุ่ง
ไปตามแนวเส้นยืนที่ถูกงัดช้อนขึ้น จังหวะของการสอดเส้นพุ่งซึ่งกี่ห่างไม่เท่ากันทำให้เกิดลวดลายต่างๆ ลักษณะเฉพาะ
ของผ้าทอลายขิด ลายซ้ำของเส้นพุ่งอาจจะเหมือนกันทั้งผืนก็ได้ แต่ต้องมีลายซ้ำที่มีจุดจบของแต่ละช่องของลายอย่าง
เห็นได้ชัด มีทอทั่วไปในภาคเหนือ และภาคกลาง เช่น อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท พิจิตร น่าน เชียงราย ในบางแห่ง
ทอขิดผสมจก เพื่อให้เกิดลวดลายและสีสันที่วิจิตรกว่าธรรมดา ได้แก่ผ้าขิดผสมจกบ้านไร่ อุทัยธานี
 
 
 
 
 
กลับด้านบน...  
   การทอยกดอก
 
       การทอผ้ายกที่มีเทคนิคการทอคล้ายกับผ้าขิดมาก ต่างกันที่ผ้าฝ้าย บางครั้งจะทำลายพิเศษมีชายเชิง
ที่แปลกออกไป การทอใช้เทคนิคการคัดเก็บลายด้วยไม้เรียวปลายแหลม ตามลวดลายที่กำหนดจนครบลาย คัดยกให้
เส้นยืนขึ้นเป็นจังหวะลวดลายเฉพาะแล้วสอดเส้นพุ่งไปเป็นแนวทอแลัทบตามลายขิดไว้ ทอจนเต็มลาย ลักษณะเฉพาะ
ของผ้ายก คือจะทอด้วยไหมทั้งผืนหรือยกดิ้นเงิน เรียกว่า "ผ้ายกเงิน" หรือถ้ายกดิ้นทองจะเรียกว่า "ผ้ายกทอง"
ผ้ายกที่มีเชิงเรียกว่า "ผ้ายกเชิงเงินหรือทอง" ตามวัสดุที่ใช้ ผ้ายกจะมีการทอมากที่สุดทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัด
เชียงใหม ลำปาง ลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ร้อยเอ็ด ภาคใต้ที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ผ้าเกาะยอ
สงขลา ป็นผ้ายกดอกทอลายพิเศษที่เกิดจากการใช้การเหยียบตะกอแยกเส้นยืนขึ้น ่ ผ้าเกาะยอที่ทอกันมาแต่โบราณ
จนถึงปัจจุบันคือ ผ้าราชวัตร ผ้าหางกระรอก ผ้าเก็บดอก เช่น ลายดอกพิกุล ลายคชกริช
 
 
    การทอยกมุก
 
               เทคนิคการเพิ่มเส้นด้ายยืนเข้าไปในผืน ลวดลายผืนผ้าขึ้นอยู่กับการใช้ตะกอยกดอกด้านยืนพิเศษ ลวดลาย
ที่เกิดจากเทคนิคนี้คล้ายกันมากกับลวดลายที่เกิดจากเทคนิคการขิดและจก ผู้ไม่เข้าใจในเรื่องเทคนิคการทอผ้าอาจ
สับสนในทิศทางของด้ายเส้นยืน ชาวไทลื้อ อำเภอเชียงคำ พะเยา และน่าน เรียกลวดลายที่เกิดจากเทคนิค การขิดว่า
"ลายมุก" และชาวไทยวน ราชบุรี เรียกว่า "ลวดยกมุก" เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะทำให้สับสนกับลวดลายมุกของที่อื่นๆ
ผ้าที่ทอด้วยเทคนิคมุกนั้น ยังคงทอกันอยู่หลายกลุ่ม โดยมีการทอเทคนิคมุก เพื่อทอส่วนตัวซิ่นเพื่อเย็บประกอบตีนซิ่น
ซึ่งทอด้วยเทคนิคจก เป็นผ้าตีนซิ่นซึ่งทอด้วยเทคนิคจก เป็นผ้าซิ่นตีนจก โดยกลุ่มไทพวน หมู่บ้านหาดเสี้ยว สุโขทัย
และอุตรดิตถ์ จะนิยมทอเป็นลายขนาดเล็กสีเขียว ส่วนไทยวน แพร่ นิยมทอเส้นขอบลายมุกด้วย อันเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะของไทยวน อำเภอลอง จังหวัดลพบุรี
 
กลับด้านบน...  
    การทอควบเส้น
 
              "ควบเส้น" เป็นเทคนิคการทอผ้าที่พบในชนเผ่าไทหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มไทยวน พบบนผื่นผ้า และผ้าขาวม้า
กลุ่มไทลื้อแบบผืนผ้าซิ่นตีนต่อ กลุ่มไทพวนพบบนผืนผ้าซิ่น กลุ่มผู้ไทพบบนผ้าโจงกระเบน ผ้าซิ่น ผ้าโสร่งตาตาราง
กลุ่มไทกูยพบผืนผ้าโสร่งตาตาราง ผ้าโจงกระเบน กลุ่มไทภาคใต้พบบนผืนผ้าโจงกระเบน และพบทั่วไปในภาคอีสาน
การควบเส้นเป็นกรรมวิธีที่สร้างลวดลายเหลื่อมล้ำของเส้นใยก่อนการทอ โดยนำเส้นไหมหรือฝ้ายสองสีปั่นเข้าด้วยกัน
แล้วนำไปทอด้วยเทคนิคทอขัดธรรมดา เมื่อทอเสร็จเป็นผืนผ้า เนื้อผ้าจะมีลักษณะสีเหลื่อมล้ำคล้ายหางกระรอก จึงเป็นที่
เรียกโดยทั่วไปว่า "ผ้าหางกระรอก"
 
    การทอขัด
 
              เทคนิคการทอพื้นฐานที่พบทั่วไปทุกกลุ่มในประเทศไทย เช่น ไทยวน ไทพวน ไทลื้อ ไททรงดำ ไทครั่ง
ไทผู้ไท ไทกูย การทอขัดนิยมทอเป็นผ้าพื้นสีต่างๆทั้งเส้นใยไหมและเส้นใยฝ้าย การทอขัดบนผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์พิเศษ
คือ ผ้าทรงไทดำ นิยมทอขัดผ้าฝ้ายย้อมครามตัดเย็บเสื้อผ้า และมี "ผ้าซิ่นลายแตงโม" ซึ่งเป็นผ้าทอขัดเป็นริ้วเล็กๆ
ทอด้วยฝ้ายแกมไหม มีเส้นยืนเป็นเส้นไหมสีแดง เส้นพุ่งเป็นฝ้ายย้อมคราม และสีขาวของเนื้อฝ้ายสำหรับทอขัด
อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักในภาคอีสานคือ "ผ้าลายเกล็ดเต่า" นิยมทอจากเส้นใยไหม นำมาใช้เป็นผ้าซิ่นทอกันมาก
ที่อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา และพบกันทั่วไปในภาคอีสาน
กลับด้านบน...